OKR คืออะไร พร้อมตัวอย่างการเขียนที่นำไปใช้ได้เลย

ในยุคที่การทำงานเน้นความชัดเจนและวัดผลได้ การตั้ง เป้าหมาย ที่ชัดเจน ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรและพนักงานทุกระดับ โดยหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการกำหนดเป้าหมาย คือ OKR (Objective and Key Results) ซึ่งเป็นโมเดลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
หากคุณกำลังสงสัยว่า OKR คืออะไร และการเขียน OKR ทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ
OKR คืออะไร ?
OKR (Objective and Key Results) คือ วิธีการตั้งเป้าหมายที่ช่วยให้องค์กรหรือพนักงานมีทิศทางการทำงานที่ชัดเจน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
- Objective (O) : เป้าหมายหลัก ที่ต้องการบรรลุ เช่น เพิ่มยอดขาย พัฒนาทีมงาน หรือสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า
- Key Results (KR) : ผลลัพธ์ ที่สามารถวัดได้ เช่น เพิ่มยอดขาย 20% ภายใน 3 เดือน หรือพัฒนาทักษะพนักงานให้ได้รับการรับรอง 5 คน
OKR คือสิ่งที่ช่วยให้องค์กรและพนักงานสามารถมองเห็นเป้าหมายที่ต้องการอย่างชัดเจน และสามารถติดตามความก้าวหน้าได้ง่ายขึ้น
ทำไม OKR ถึงสำคัญในการทำงาน ?
เพิ่มความชัดเจนในเป้าหมาย
หนึ่งในสาเหตุที่หลายทีมประสบปัญหาด้านการทำงาน คือการขาดความชัดเจนว่ากำลังทำอะไรอยู่ และทำไปเพื่ออะไร OKR จึงเป็นสิ่งที่เข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด ด้วยการกำหนด Objective ที่บอกเป้าหมายหลักให้ทุกคนรับรู้ร่วมกัน ทำให้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร หัวหน้าทีม หรือพนักงาน ต่างก็สามารถเข้าใจภาพรวมขององค์กรและรู้ว่าเป้าหมายของตนเองส่งผลต่อภาพใหญ่อย่างไร เช่น OKR ของพนักงานแอดมิน คือการช่วยลดเวลาในการจัดการเอกสาร ซึ่งจะช่วยให้พนักงานฝ่ายอื่น ๆ มีเวลาไปโฟกัสงานที่สร้างมูลค่าได้มากขึ้น
นอกจากนี้ การที่ทุกคนมองเห็นเป้าหมายร่วมกันชัดเจน ยังช่วยลดความสับสนในการสื่อสาร ทำให้ทุก ๆ การตัดสินใจและการวางแผนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
วัดผลได้จริง
ถึงแม้จะมีการวางเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว แต่หากไม่สามารถวัดผลได้ก็จะไม่รู้ว่าทำสำเร็จหรือยัง OKR จึงมีส่วนของ Key Results ซึ่งหมายถึงผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น เพิ่มยอดผู้ติดตามเพจ 20% ภายใน 3 เดือน หรือลดข้อผิดพลาดในการกรอกข้อมูลลูกค้าลงเหลือ 0%
การวัดผลที่ชัดเจนนี้มีข้อดีคือ
- ช่วยให้พนักงานรู้ว่าต้องทำอะไรเพื่อไปถึงเป้าหมาย
- ช่วยให้หัวหน้าทีมสามารถติดตามความคืบหน้าและให้คำแนะนำได้อย่างตรงจุด
- ช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมของผลการดำเนินงานแบบ Real-Time
ในที่สุดแล้ว การวัดผลได้จริงคือรากฐานของการพัฒนา เพราะสามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้ปรับปรุงแผนงานในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
สร้างความร่วมมือในทีม
OKR ไม่ใช่เพียงเรื่องของแต่ละบุคคล แต่คือแนวทางรวมของทั้งทีม เมื่อทุกคนในทีมมีเป้าหมายที่สอดคล้องกัน และเข้าใจว่าเป้าหมายของตนเองเชื่อมโยงกับผู้อื่นอย่างไร ก็จะเกิดความรู้สึกที่ว่า “เราอยู่ในทีมเดียวกัน” ทำให้การสื่อสาร การแบ่งงาน และการช่วยเหลือกันเป็นไปได้อย่างราบรื่น
ยิ่งไปกว่านั้น การที่แต่ละคนมี OKR ที่สอดรับกัน ยังช่วยให้มองเห็นการทำงานเป็นระบบ ทำให้การทำงานร่วมกันเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความขัดแย้งที่เกิดจากความเข้าใจไม่ตรงกัน โดยเฉพาะในองค์กรที่มีหลายทีม เช่น ทีมการตลาด ทีม IT และทีมแอดมิน หากทุกทีมมี OKR ร่วมกัน เช่น การปรับปรุงระบบให้ผู้ใช้งานพึงพอใจ ทีมต่าง ๆ ก็สามารถทำงานไปด้วยกันได้อย่างมีพลัง
วิธีการเขียน OKR อย่างมีประสิทธิภาพ
กำหนดเป้าหมาย (Objective) ที่ชัดเจนและสร้างแรงบันดาลใจ
Objective หรือเป้าหมายหลัก ควรเป็นเป้าหมายที่เข้าใจง่าย และสร้างแรงจูงใจให้คนในทีมรู้สึกว่า “อยากลุยให้ถึง” ไม่ใช่แค่บอกว่าจะทำอะไร แต่ต้องบอกว่าเรากำลัง “มุ่งไปทางไหน”
ตัวอย่าง: เป้าหมาย → เพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กร
กำหนดผลลัพธ์สำคัญ (Key Results) ที่วัดผลได้จริง
Key Results คือผลลัพธ์ย่อยที่บอกว่าเราจะรู้ได้ยังไงว่าเป้าหมายนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่วัดได้อย่างชัดเจนและไม่คลุมเครือ
ตัวอย่าง : Key Results สำหรับเป้าหมาย เพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กร
- เพิ่มคะแนนความพึงพอใจของพนักงานเป็น 85%
- จัดกิจกรรมภายในอย่างน้อย 3 ครั้งต่อเดือน
- มีพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 70%

หลีกเลี่ยงการใช้คำที่ซับซ้อน
หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญของการเขียน ORK คือ เป้าหมายที่ดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนในทีมอ่านแล้วเข้าใจทันทีว่าเรากำลังจะทำอะไร
ตัวอย่าง :
✘ “สร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวกแบบบูรณาการ”
✔ “ทำให้คนในทีมมีความสัมพันธ์ที่ดีและอยากร่วมงานด้วยกันมากขึ้น”
ยิ่งเขียนให้เข้าใจง่าย โอกาสจะสำเร็จก็สูงขึ้นตามไปด้วย
ปรับปรุงและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
การเขียน OKR ไม่ใช่สิ่งที่เขียนแล้วจบไป แต่ควรมีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เช่น รายเดือนหรือรายไตรมาส เพื่อดูว่าเรายังเดินมาถูกทางอยู่หรือเปล่า เพราะในบางครั้งทีมอาจเจอกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ที่ทำให้ OKR เดิมไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป การเฝ้าติดตามผลอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถปรับ OKR ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ และช่วยเพิ่มโอกาสที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้มากขึ้น
การเขียน OKR สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งใด การตั้งเป้าหมายที่มี OKR เป็นตัวช่วย จะทำให้คุณสามารถพัฒนาทักษะและสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในงานของคุณ
สำหรับใครที่สนใจสมัครงานแอดมิน หรืออยากเริ่มงานในสายนี้ สามารถสร้างเรซูเม่ของคุณให้โดดเด่นด้วย Super Resume เพื่อสมัครงานที่ใช่ได้เลยที่ JOBTOPGUN แพลตฟอร์มที่จะช่วยให้คุณค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ในการทำงานที่ตรงกับความสามารถและความฝันของตนเอง โดยเรารวบรวมงานจากบริษัทชั้นนำไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น งานธุรการหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือตำแหน่งงานดี ๆ ใกล้บ้าน สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android แล้วเริ่มต้นค้นหางานในฝันได้เลย
ข้อมูลอ้างอิง
- What is an OKR? Definition and Examples. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จาก //www.whatmatters.com/faqs/okr-meaning-definition-example
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ OKR
OKR (Objective and Key Results) คือ เครื่องมือตั้งเป้าหมายและวัดผลการทำงาน โดยแบ่งเป็น Objective (เป้าหมายหลักที่ต้องการบรรลุ) และ Key Results (ผลลัพธ์สำคัญที่วัดผลได้ชัดเจน)
OKR ช่วยเพิ่มความชัดเจนในเป้าหมาย ทำให้ทุกคนมองเห็นภาพรวมเดียวกัน สามารถวัดผลงานได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม และช่วยเสริมสร้างความร่วมมือและการสื่อสารที่ดีภายในทีม
ควรกำหนด Objective ที่สร้างแรงบันดาลใจและเข้าใจง่าย ตั้ง Key Results ที่เป็นตัวเลขหรือวัดผลได้ชัดเจน หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาซับซ้อน และมีการติดตามพร้อมปรับปรุงผลอย่างสม่ำเสมอ








